Before I go 4

              สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ ^_^

 

                ทัยไม่ได้เขียนบล็อกมาสักพักแล้วเพราะติดงานค่ะ แหะๆ ขอโทษทุกท่านด้วยนะคะ  

 

                จากตอนที่แล้วที่ทัยเกริ่นนำไว้ว่าจะมาลงบล็อกเรื่องแนวข้อสอบ AFS ปี 2557 ซึ่งทัยได้ทำการสอบ (และสอบติด =w=) ไปนั้น วันนี้ทัยจึงจัดเต็ม เค้นทุกความทรงจำ มาตีแผ่ข้อสอบแบบเจาะลึกกันเลยค่ะ!

 

 

                ข้อสอบ AFS มีทั้งหมด 100 ข้อซึ่งล้วนแต่เป็นภาษาอังกฤษหมด อดีตเคยเป็นข้อสอบภาษาไทย 20 ข้อ และอังกฤษ 80 ข้อ (ซึ่งถ้าหากทำข้อสอบพาร์ทภาษาไทยไม่ผ่านครึ่ง จะไม่ตรวจพาร์ทอังกฤษเลยค่ะ)

 

 โดยข้อสอบเอเอฟเอสนั้น หลักๆ คือเน้น reading ค่ะ

 

                เคยมีคนบอกทัยว่าข้อสอบ AFS คล้ายเตรียมอุดม แต่เตรียมศัพท์ยากกว่า ซึ่งทัยก็ไม่รู้นะคะ 5555

 

 

                ในข้อสอบเอเอฟเอส จะแบ่งเป็นพาร์ท grammar และ reading  มีแกรมมาร์ 20 ข้อ ซึ่งเมื่อท่านเปิดข้อสอบปุ๊บ...แต๊นแต๊น ข้อสอบ error 10 ข้อแรกเลยครัช พอเปิดหน้าถัดไป โอ้ 10 ข้อ cloze test (ข้อสอบประเภทมีเนื้อเรื่องให้อ่านและเว้นช่องว่างในเนื้อเรื่องเพื่อเติมศัพท์ลงไป) หากใครไม่ถนัด แนะนำว่าข้ามนะคะ เพราะ reading 80 ข้อก็โหดใช่เล่น เพราะบางบทความนั้น ความยาวหนึ่งหน้าเอสี่เต็ม แถมไม่ใช่บทความนั้น สามบทความ -_-;;

 

                ข้อสอบ reading ไม่ว่าจะเป็นของเอเอฟเอสหรือโครงการแลกเปลี่ยนที่ไหนก็ออกซ้ำๆ ซากๆ กันแหละค่ะ แนวคล้ายๆ กัน ทัยอาศัยการทำข้อสอบ ent เป็นแนวทางและทำข้อสอบ AFS เก่าเอาค่ะ

 

-           บทสนทนา (หาความรู้พวกสำนวนพื้นฐานและ phrasal verb บ้างนะคะ)

-           แผนที่  (ทัยงงกับการนับบล็อก...)

-           บทความเรื่องต่างๆ (ของทัยออกเรื่องธุรกิจและเรื่องมารยาทที่เด็กแลกเปลี่ยนควรกระทำ)

-           Timetable ตารางเวลา แบบตารางเวลาเดินรถไฟ ไรงี้อ่ะคะ

-           กราฟ (จำศัพท์ increase,decread,average ตระกูลนี้นะคะ และระวังงงจุด งงตัวเลข)

-           ข่าว (ตอนนั้นออกข่าวน้ำมันรั่วที่ระยองค่ะ ถ้ามีความรู้รอบตัวก็ดีนะคะ เพราะบางทีเราอาจจะตอบได้จากความรู้รอบตัวหาใช่การอ่านเนื้อเรื่อง)

-           อ่านป้าย (ออกป้ายจราจรและป้ายที่ปักตามสถานที่ต่างๆ ค่ะ)

-           เพลง (รุ่นทัยออกเพลง tie a yellow ribbon round the ole oak tree โดยถามว่าสาเหตุที่คนในเพลงหายไปเพราะอะไร และริบบิ้นสีเหลืองแทนสัญลักษณ์อะไร เป็นข้อที่ถูกถกเถียงมากข้อหนึ่งในกระทู้เด็กดีค่ะ >>จิ้ม<<

-           กลอน ตีความว่าคนเขียนต้องการอะไรจากสังคม

 

               

 

ปัญหาในการทำข้อสอบ reading คือ ทำไม่ทันค่ะ...

 

น้องบางคนที่สอบพร้อมกับทัยบอกว่าพอกรรมการบอกว่าเหลืออีกสองนาที เธอเหลืออีกยี่สิบข้อ มั่วไปยี่สิบข้อ ส่วนของทัยตอนนั้น สองนาทีสุดท้ายเหลือห้าหกข้อค่ะ ก็พอมั่วทัน...

 

เพราะงั้นตอนสอบ ทุกท่านต้องจัดเวลาให้ดีนะคะ ดินสอนี่เอาไปเผื่อๆ หลายแท่ง ปากกาไฮไลท์ข้อความก็ดีค่ะ เผื่อเน้นจุดบางจุดที่เราต้องการ ถ้าข้อไหนทำไม่ได้หรือใช้เวลาคิดนานไป ข้ามนะคะข้าม (พูดงี้แต่ตอนทัยทำก็เสียเวลากับข้อบางข้อเยอะเกินควร TwT)

 

หลังจากผ่านพ้นกับการสอบข้อเขียน ก็รอผลอาทิตย์หน้าค่ะ....

 

               

 

                

 

BIF#3 สมัครสอบสุขสันต์กับเอเอฟเอส



 

Dear diary
September, 29th,2014




ท้องนภาสีครามบริสุทธิ์ซึ่งมีเมฆสีขาวใสวาดลวดลายทำให้วันนี้สดใสกว่าทุกวัน รวมถึงแสงแดดอ่อนๆ คลอกับสายลมราวกับบทเพลงซิมโฟนี...เด็กสาวคนหนึ่ง...เธอวางโทรศัพท์ลงแล้วหยิบหมวกถักสานขึ้นมาสวมใส่ ชุดกระโปรงวันพีซสีขาวพลิ้วไสว...

   ผิด!

   เรื่องนี้ไม่ใช่การ์ตูนสาวน้อยตาหวาน

   และทัยไม่มีชุดวันพีซ หมวกถักสานนั่นด้วย

   ปิดเทอมหน้าร้อนแบบการ์ตูนญี่ปุ่นคงเป็นเพียงแค่ฝันไป...(ใส่คีย์ดีดกีตาร์เลยเพ่)

ปิดเทอมหน้าร้อนจริงๆ ของทัยคือนั่งเล่นโน้ตบุคส์บนโซฟาแดง บ่นซ้ำไปมาว่าร้อนโคตร (แต่ไม่คิดจะลุกจากหน้าโนตบุค) หรือหากเบื่อก็มานอนกระดิกเท้าดู Planet Cake, Rachel Zoe project, or How I Met Your Mother V

 ปิดเทอมดูเหมือนจะไร้สาระแต่ก็มีสาระนะคะ (?)

 

ช่วงประมาณต้นเดือนพฤษภาคม มีประกาศสอบ AFS ในเด็กดีทัยจึงลองเข้าไปอ่านรายละเอียดการสมัคร

 คุณสมบัติผู้สมัคร

1.เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.75 (อืม...ผ่าน)

2.อายุ xx-xx (อืม...ผ่าน)

....

(_ _)

ข้อสามสี่ห้าผ่านหมด ทุกอย่างเรียบร้อยด้วยดีเหมือนตอนเจ้าชายเดินทางไปช่วยเจ้าหญิงในช่วงวันแรกๆ  จนกระทั่ง...

รับสมัครตั้งแต่วันนี้- 20 พฤษภาคม

-_-

O_o

จะ...จะ...จะ....เฮ้ยยยยยยยย. =[]=!!!


  โรงเรียนทัยเปิดวันที่ 16 พฤษภาคม วันที่ 17-18 เป็นวันเสาร์อาทิตย์ เหลือเวลาทำใบสมัครเพียงหนึ่งวัน คือ จันทร์ที่ 19

   นอกจากนั้น ใบสมัครต้องขอที่ศูนย์เอเอฟเอส ซึ่งโรงเรียนทัยไม่ใช่ศูนย์ -__- ทำไมไม่ให้ปรินท์ฟระ...

  อ่านปากทัยช้าๆ นะคะ หนึ่งวัน

  ไม่เสร็จแน่นอน...

   ปพ.กรูหายไปกรูยังไม่รู้ รูปถ่ายก็ไม่มีนอกจากจะแกะจากบัตรห้องสมุด ชีวิตตรู...

    เฌอทัยนั่งนิ่งด้วยความรู้สึกหดหู่ กับอีแค่สมัครสอบยังทำไม่ได้...ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนพี่โน้ตอุดมบอกเลยค่ะ

   ไม่มีหู...เข้าเมกาไม่ได้
   ไม่มีใบสมัคร...สอบไม่ได้ T[]T

   พอเปิดเทอม เนื่องจากทัยอดหักเอเอฟเอสจึงตั้งใจเอา YFU แทน ปรากฎว่าอาจารย์คนหนึ่งที่ทัยรู้จักมาตามให้ทัยไปสอบค่ะ...(ขอบพระคุณค่ะ ท่านอาจารย์ TwT)  เพราะเอเอฟเอสเลื่อนรับสมัครถึงวันที่ 23 (สงสัยไม่มีคนสมัครเลยมั้ง...55555)

   แต่ข่าวร้ายยังคงตามมาเหมือนซอมบี้ที่แอบใต้โต๊ะ

   เพราะสอบวันที่ 25  พฤษภาคม

   ทัยมีเวลาเตรียมตัวเพียงสามวันเท่านั้น


   ...แล้วใครจะทำทันฟระ!!!


   ถ้าหากเรามีเวลาเตรียมตัวน้อย. ทัยคิดว่าการทำข้อสอบเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ


  เราต้องคิดว่าอะไรคือจุดอ่อน-จุดแข็งของเรา


  ข้อสอบเป็นแนวไหน


  รู้เขารู้เรา รบ 100 ครั้ง  ชนะ 100  ครั้ง


  จุดอ่อนของทัยคือศัพท์. แต่ reading and conversation. เป็นสิ่งที่ทัยค่อนข้างทำได้ดี.


  ขณะที่ข้อสอบ AFS. จะเน้น reading เป็นหลัก ออก grammar ราวๆ สิบถึงยี่สิบข้อ


  อันที่จริง ข้อสอบ reading ยากสุด


  คุณต้องรู้ศัพท์ ถึงจะอ่านรู้เรื่อง


  แกรมมาร์เองก็สำคัญ


   นอกจากนั้น ปัญหาระดับชาติ คือ รู้ศัพท์ แปลได้ แต่ ไม่เข้าใจ จุดนี้ทัยเองก็เป็นค่ะ 55555


ทัยยืมหนังสือข้อสอบ entrance English ย้อนหลัง 10 ปีของบัณฑิตแนะแนวมาอ่านค่ะ กระดาษเหลืองกรอบมากจนเสียวจะทำขาดเลยค่ะ

 ทัยพยายามทำข้อสอบ 1-2 ชุด. ชุดละ 100 ข้อ  โดยศัพท์ทัยก็ท่องจากในข้อสอบแหละค่ะ พอเราทำข้อสอบไปหลายๆ ชุด จะสังเกตเห็นว่ามันจะมีคำศัพท์ซ้ำๆ กัน เช่น arrange,deceive,alternative  ซึ่งคำศัพท์พวกนี้ ฝรั่งเขาเรียกกันว่า 3000 key words or basic words that you should to know

 

ใครที่สนใจอยากท่อง กดลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ

http://www.oxfordlearnersdictionaries.com/wordlist/english/oxford3000/ox3k_A-B/

 

 

ทัยคิดว่าการอ่านหนังสือ มันก็เหมือนเคนโด้ หนึ่งร้อยคน หนึ่งร้อยสไตล์การต่อสู้ การอ่านหนังสือวิธีเดียวกัน ให้คนสองคนมาทำเหมือนกัน คนหนึ่งอาจจะจำได้มากกว่า มีสมาธิมากกว่า ขณะอีกคนอาจหลุดตั้งแต่วินาทีแรกเลยก็ได้

 

ดังนั้น เราควรจะหาสไตล์การอ่านหนังสือของเราให้เจอค่ะ

 

ไม่ต้องคิดมากนะคะ ถ้ายังหาไม่เจอ  ทัยเองกว่าจะหาเจอก็สิบเจ็ดแล้วค่ะ =__=;;

 

 

สรุปคำแนะนำ

(แกกล้าแนะนำด้วยเรอะ??)

1.คำนวณเวลาที่เหลือในการสอบ และจัดเวลาว่าเราจะอ่านวันละเท่าไร อ่านเช้า หรือเย็น ซึ่งขึ้นกับความสะดวกแต่ละคน

2.หาแนวข้อสอบเก่าๆ มาเป็นตัวอย่างแนวทาง

 ข้อสอบของ AFS เก่าๆ สามารถซื้อได้พร้อมกับใบสมัครที่ศูนย์รับสมัคร AFS ค่ะ ลองหาในเน็ต หรือจะลองอ่าน blog ทัยตอนหน้าที่จะมาเล่าประสบการณ์สอบแบบเจาะลึกก็ได้ค่ะ ^^

 

                บัณฑิตแนะแนว – ทัยชอบสำนักพิมพ์นี้ค่ะ รูปเล่มดี ราคาไม่แพง เฉลยละเอียดโดยเฉพาะข้อสอบ ent

                MAC – ทัยไม่ค่อยอ่านมานานแล้วค่ะ ทัยว่าสำนักพิมพ์นี้โจทย์ของพวกวิชาคำนวณดี แต่พวกวิชาอังกฤษ ไทย สังคม ทัยว่างั้นๆ ค่ะ (คหสต. นะคะ)

                ภูมิบัณฑิต – ไม่เคยแตะฮะ

                พศ.พัฒนา – โอเคเลยค่ะ แต่รูปเล่มและฟ้อนต์อ่านยากไปหน่อย ชวนง่วงมากมาย

                Enconcept – สุดยอดหนังสือในตำนาน! แนะนำให้คว้ามาเป็นเจ้าของให้ได้นะคะ เลิศทุกอย่างงง >O<! หากใครจะซื้อ หาเพื่อนที่เรียน Enconcept ฝากเขาซื้อนะคะ เพราะเด็กเอ็นคอนจะได้ส่วนลด ถ้าซื้อเพียวๆ ทัยกลัวคุณจะเป็นลมไปซะก่อน

               

                ในการซื้อหนังสือเรียน ทัยคิดว่าวิธีดีที่สุด คือ คุณลองไปเปิดโจทย์สักข้อ แล้วลองอ่านเฉลยดูว่าเข้าใจไหม โจทย์ยากง่ายไหมไป เพราะการซื้อหนังสือก็เหมือนเลือกผู้ชายแหละค่ะ รู้หน้าไม่รู้ใจ (??)

               

*** 3.ลงมือทำ ***               

 

                การฝันว่าตนเองจะได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ไปเดินเริดๆ เชิดๆ ควงหนุ่มฝรั่งไม่ผิด แต่การเอาแต่พูดว่า “ยากจัง ทำไม่ได้” “โอ๊ย ไม่เอาหรอก ยังไงก็ไม่ติด” เป็นเรื่องงี่เง่ามาก  โอเค ทัยไม่ปฏิเสธว่า ใครๆ ก็มีสิทธิคิดแบบนี้ ทัยเองก็คิดเช่นกัน แต่มันสำคัญตรงไหนล่ะ? คุณยังไม่ได้ลองทำให้เต็มที่ คุณจะรู้ได้ยังไงว่าคุณทำไม่ได้

               

                ลองดูสักครั้งมันไม่เสียหายหรอกค่ะ

 

                จำเอาไว้ว่า

 

                The biggest examination, the biggest reward.

 

                ข้อสอบยิ่งยาก รางวัลยิ่งยิ่งใหญ่.

 

 

 

 

 

 _________________________________________

  #รอบหน้าจะมารีวิวข้อสอบรอบแรกแบบละเอียด เจาะลึกค่ะ รอบนี้ขออภัยกับการจัดย่อหน้านะคะ ทัยเขียนลงในโทรศัพท์อ่ะคะ

สำหรับใครที่มีทวิตเตอร์ มาฟอลกันได้ที่ @perfume_fume   นะคะ หรือถามทิ้งในหน้าเอ็นทรี่ได้เลยค่ะ

                

 

Fiction: นาฬิกาทราย

posted on 13 Sep 2014 21:22 by parepailin

คำเตือน: นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่ง นิสัยตัวละครอาจไม่เหมือนความจริง 

และเรื่องนี้ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น Yaoi/Normal.

Summary:  ไอเฟิล สีน้ำ และคีย์ พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เล็ก ไม่แตกต่างตจากนิยายน้ำเน่าทั่วไป: ชาย 2 หญิง 1 ทว่าเรื่องนี้ตัวเอกไม่ใช่ผู้หญิง ดันเป็นผู้ชายน่ะสิ! 

บทนำ

 

                สายลมฤดูร้อนอันยากจะหาได้ยิ่งนักทำให้คิ้วเรียวของเด็กหนุ่มขมวดด้วยความไม่พอใจเมื่อพบว่าทรงผมซึ่งเขาใช้เวลาจัดเกือบครึ่งชั่วโมงเริ่มกลับมายุ่งฟูเหมือนหัวสิงโต เขาอยากจะปรากฏตัวในวันเปิดเทอมใหม่วันแรกของภาคชั้นเรียนมัธยมปลายอย่างหล่อเหลา ไม่ใช่ไอ้หัวสิงโตเหมือนนักวิทยาศาตร์อัจฉริยะเจ้าของทฤษฏี E = mc² หรือหนุ่มหน้าหวานที่ถูกรับบทเป็นเคะบ่อยๆ ในการ์ตูนเรื่อง ครูพิเศษจอม -ปี๊บ- นะ

 

                ไอเฟิลนั่งลงที่เก้าอี้ หยิบหวีขึ้นมาจัดทรงใหม่ด้วยเวลาเท่ากับการต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มือของเขาล้วงหยิบโปสการ์ดซึ่งได้รับจากเพื่อนสาวคนสนิทขึ้นมาอ่านใหม่อีกครั้ง

 

 

            ถึง ไอเฟิล 

            ซัมเมอร์ปีนี้ที่ Paris ดีมากเลยล่ะจ้ะ! ฉันได้ขี่จักรยานกับพ่อตระเวนทั่วปารีสถ่ายรูปกันด้วย ไว้เปิดเทอมฉันจะหิ้วของฝากมาให้นายกับคีย์นะ ^^ รักเสมอจ้า~ เฌอแตม!

สีน้ำ 

Aquarelle

 

 

            รอยยิ้มพลันระบายบนใบหน้าหวาน ความร่าเริงน่ารักของสีน้ำทำให้ไอเฟิลมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่กับเธอ เป็นความสุขเรียบง่ายด้วยกลิ่นอายของความเป็นฝรั่งเศส..ไอเฟิลไม่รู้หรอกว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน แต่มันก็ต้องมีส่วนเกี่ยวๆ กันบ้างแหละ...ก็เธอมีเชื้อฝรั่งเศส 25% นะ -- ไอเฟิลคิดเข้าข้างตนเอง

 

                “แปลกคนจังเนอะ เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหน้าเครียด”

 

                “หมอนี่มันบ้าอยู่แล้ว”

 

                ไอเฟิลเงยหน้าจากโปสการ์ด เขาฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นเพื่อนสนิทสองคนยืนอยู่ข้างหน้า เด็กสาวผมสีบลอนด์อ่อนส่งยิ้มบางให้กับเขา ขณะที่เด็กหนุ่มอีกคนมีสีหน้านิ่ง

 

                “สีน้ำ! คีย์!”

 

                “บงชูร์ ไอเฟิล”

 

                “กว่าจะรู้ตัวนะคุณชาย ยืนรอตั้งนานแล้ว!”

 

                คีย์ เด็กหนุ่มหน้าตาคมเข้มร่างสูงพร้อมด้วยประวัตินักกีฬาบาสเกตบอลพูดจากวนโอ๊ยตั้งแต่วันแรกที่เจอกันทำให้คนถูกด่าอ้อมๆ หลุดไปอยู่ในโลกส่วนตัว ชักสีหน้า

 

                “ก็นายไม่พูดนี่!”

 

                “ก็ถามยัยสีน้ำซะสิ ยัยนี่อยากจะถ่ายภาพนายเก็บเยอะๆ”

 

                คีย์เพยิดหน้ามาทางเพื่อนสาวผมบลอนด์ เธอยิ้มบางๆ

 

                “ฉันชอบถ่ายรูปนี่นา...”

 

                เด็กสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มเดินถอยหลัง

 

                “ถ่ายรูปรับเปิดเทอมกันหน่อยนะ นายสองคนมาเป็นนายแบบให้หน่อยสิ”

 

                คีย์มีสีหน้านิ่งขณะที่ไอเฟิลบ่นพึมพำ  ก่อนที่พวกเขาจะเขยิบเข้ามาใกล้กันจนเธอให้สัญญาณพอใจ ดวงตาสีฟ้าซึ่งได้รับถ่ายทอดจากแม่ชาวยุโรปมองผ่านเลนส์ กะระยะโฟกัสอย่างดี

 

                “สาม..สอง...หนึ่ง...ชีท!”

               

               

                เพื่อนสนิททั้งสองคนฉีกยิ้ม พวกเขาโพสท่าถ่ายรูปตลกๆ ตามกระแสนิยมหลายอย่าง ทั้งทำแก้มป่อง ตีหน้าขรึม เก๊กหล่อ ทำให้คนถ่ายต้องกลั้นเสียงหัวเราะด้วยความยากลำบากราวกับเข็นครกขึ้นเอเวอร์เรสต์ เพราะถ้านายแบบรู้ นายแบบใจร้อนอย่างคีย์คงโวยเธอไม่หยุดแน่

 

                “เธอมาเข้ากล้องบ้างๆ ถ่ายกันสามคน”

 

                ไอเฟิลชักชวนแล้วหยิบไอโฟนขึ้นมา หนุ่มสาวยืนเบียดตัวกันโดยมีเด็กหนุ่มหน้าหวานยืนอยู่ตรงกลาง เขาให้สัญญาณ

               

                “สาม..สอง...หนึ่ง...ชีท!”

               

                รอยยิ้มของพวกเขาเจิดจ้าราวกับแสงตะวัน เป็นภาพแห่งความทรงจำอันน่าจดจำ หากทว่าไม่มีใครรู้หรอกว่าเบื้องหลังของมิตรภาพนี้กำลังสั่นคลอนและค่อยๆ แตกสลายลงไป

 

                นาฬิกาทรายคว่ำอยู่...

               

               และเม็ดทรายยังคงร่วงหล่นลงมา

 

                รอเพียงวันที่มันจะไม่เหลือสักห้วงความผูกพันธ์

 

@1:อ่านจบแล้วกรุณาคอมเม้นท์กันด้วยนะคะ >_<! ชื่อเรื่องเป็นชื่อชั่วคราวนะคะ